//
you're reading...
Uncategorized

โครงงานที่น่าสนใจ

รายงานโครงงานวิทยาศาสตร์

 

เรื่อง  มหัศจรรย์การปักชำ

 

 

โดย…

                               เด็กหญิงกิติยา      สันหมาน

                               เด็กหญิงวฤนดา    ครองทรัพย์

                               เด็กหญิงลลิตา      ขาเดร์

 

ครูที่ปรึกษา

ครูสมพร  แก้วซัง

 

 

 

 

โรงเรียนบ้านเทพา

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลา เขต 3

รายงานฉบับนี้เป็นส่วนประกอบของโครงงานวิทยาศาสตร์

ประเภททดลอง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6

บทคัดย่อ

 

ชื่อโครงงาน : มหัศจรรย์การปักชำ

ชื่อ-ชื่อสุกลผู้ทำโครงงาน : เด็กหญิงกิติยา  สันหมาน ,เด็กหญิงวฤนดา  ครองทรัพย์ ,เด็กหญิงลลิ ตา  ขาเดร์

ครูที่ปรึกษา : ครูสมพร  แก้วซัง

ปีการศึกษา : 2554

การทำโครงงาน เรื่องมหัศจรรย์การปักชำ โดยมุ่งหมายเพื่อศึกษาการขยายพันธุ์พืชด้วยการปักชำ โดยการใช้ดินทั้ง3 ประเภท  คือ ดินร่วน  ดินทราย  ดินเหนียว โดยดินทั้ง 3 ประเภทไปผสมกับปุ๋ยคอกที่มีอัตราส่วนที่ต่างกัน ดังนี้  อัตราส่วน 50 : 50 . 60 :40 และ 70 : 30 นำกิ่งพันธุ์ต้นแสงจันทร์และกิ่งชะอม แล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงโดยสังเกตจากการแตกของใบอ่อนโดยรดน้ำเช้าเที่ยงเย็น ทำการเก็บข้อมูลด้วนการบันทึกดูการเปลี่ยนแปลง

ดินที่เหมาะสมในการปักชำที่ดี คือดินเหนียวที่มีอัตราส่วนผสมของปุ๋ยคอก 70 : 30 เพราะสังเกตจากต้นแสงจันทร์และกิ่งชะอมจะมีการแตกของใบอ่อนเยอะมากกว่าดินที่ทำการทดลอง ตลอดจนการเคลื่อนย้ายสะดวกเพราะดินกับรากจับได้ได้แน่นดีมากและไมร่วงเหมือนอื่น ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำนำ

 

โครงงานเรื่องนี้  มหัศจรรย์ด้วยการปักชำ เป็นการนำความรู้วิทยาศาสตร์ และการงานพื้นฐานอาชีพมาบูรณาการเข้าด้วยกัน ในเรื่องการขยายพันธ์พืชด้วยการปักชำ พืชแต่ละชนิดว่ามีผลแตกต่างกันอย่างไร ในสภาพสิ่งแวดล้อมเดียวกัน  นอกจากนี้ยังได้นำความรู้ จากการสำรวจข้อมูลการจัดเก็บข้อมูลตลอดจนการนำเสนอข้อมูลมาใช้ในการทำโครงงาน

คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงงานวิทยาศาสตร์  เรื่องมหัศจรรย์ด้วยการปักชำ  จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนและผู้สนใจ ได้รับความรู้ เพลิดเพลินขณะที่ลงมือปฏิบัติ ทำให้เกิดความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์มากขึ้น

 

 

 

คณะผู้จัดทำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กิตติกรรมประกาศ

 

ศึกษาการทำกระถางเพาะชำจากวัสดุธรรมชาติ แบ่งการทดลองเป็นดังนี้ ตอนที่1 ศึกษาวัสดุจากธรรมชาติที่ใช้ทำกระถาง คือ ใยมะพร้าว หญ้าแพรก ฟาง ขี้เลื่อย และแกลบ ตอนที่2 ศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมของใยมะพร้าวกับแป้งเปียกที่ใช้ในการทำกระถางเพาะชำ ตอนที่3 ศึกษาระยะเวลาในการคงรูปร่างของกระถางเพาะชำ ตอนที่4 ศึกษาผลของมูลสัตว์ที่นำมาผสมกับกระถางเพาะชำ จากการทดลองพบว่า กระถางเพาะชำจากวัสดุ ธรรมชาติที่ทำจากใยมะพร้าว ในอัตราส่วนระหว่างใยมะพร้าวกับแป้งเปียก เท่ากับ 1:3 มีลักษณะคงทน และมีความสามารถในการยึดเกาะดีที่สุด สามารถดูดซับน้ำ 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ได้เฉลี่ย 4.73 นาที และเมื่อผสมมูลวัวลงในกระถางเพาะชำที่ทำจากใยมะพร้าวกับแป้งเปียก ในอัตราส่วนระหว่างใยมะพร้าว : แป้งเปียก เท่ากับ 1:3 พืชเจริญเติบโตได้ดีกว่ากระถางเพาะชำที่ไม่ได้ผสมมูลวัว

โครงงานนี้  สำเร็จเรียบร้อยได้ก็ด้วยความเสียสละ  ความอนุเคราะห์  และน้ำใจจากบุคคลหลายฝ่าย ตลอดจนโรงเรียนบ้านเทพา ที่ได้ให้ทุนสนับสนุนการทำโครงงาน ผู้จัดทำขอกราบขอบพระคุณในการกรุณาของทุกท่านมา ณ.โอกาสนี้

          ขอกราบขอบพระคุณผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเทพาคือ นายบรรเจิด  สรประสิทธิ์    คณะครูโรงเรียนบ้านเทพา ที่ได้ให้คำปรึกษา ให้แนวคิด และช่วยตรวจแก้ไขในส่วนที่บกพร่องต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งเขียนจัดทำสำเร็จเป็นรูปเล่ม   มา ณ โอกาสนี้ด้วย            

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารบัญ

เรื่อง                                                                                                                                               หน้า

บทคัดย่อ

กิตติกรรมประกาศ

สารบัญ

บทที่ 1 บทนำ                                                                                                                                  1

                ที่มาและความสำคัญของโครงงาน                                                                                    1

                จุดมุ่งหมายของการศึกษา                                                                                                  1

                สมมุติฐานของการศึกษา                                                                                                    1

ขอบเขตของการศึกษา                                                                                                        2

ผลที่คาดว่าจะได้รับ                                                                                                            2

บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง                                                                                                              3-5

บทที่ 3 อุปกรณ์และวิธีการดำเนินงาน                                                                                           6-10

บทที่ 4 ผลการศึกษาและการอภิปรายผล                                                                                      11-12

บทที่ 5 สรุปผลการศึกษา                                                                                                                13

บรรณานุกรม                                                                                                                                  14

ภาคผนวก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 1

                                                                  บทนำ

 

ความสำคัญของการศึกษา

                ในการทำการทดลองได้ศึกษาเกี่ยวกับการขยายพันธุ์พืชโดยการปักชำที่มีชนิดของดินส่วนผสมของดินที่แตกต่างกันมีผลต่อการขยายพันธุ์โดยการปักชำ แล้วนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม และจะเห็นได้ว่าธุรกิจเพาะพันธุ์ไม้ขายทำรายได้ที่ดีมีการลงทุนน้อย กลุ่มข้าพเจ้าจึงได้ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการขยายพันธุ์พืชโดยการปักชำ            

 จุดมุ่งหมายของการศึกษา

  1. เพื่อศึกษาความแตกต่างของส่วนผสมในดินที่ผลต่อการปักชำ
  2. เพื่อศึกษาข้อมูลและวิธีการขยายพันธุ์พืชโดยการปักชำ
  3.  เพื่อให้มีทักษะในการทำงานและเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพได้

ด้านปริมาณ

1. เพื่อให้ได้ดินและส่วนผสมของดินที่เหมาะสมในการขยายพันธุ์โดยการปักชำ

2. ผู้ที่สนใจ ได้เรียนรู้สภาพของดินและส่วนผสมของดินต่างกัน

3.  ผลผลิตสามารถใช้นำไปประกอบอาชีพในปัจจุบันได้

4. ครูและนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการ

ด้านคุณภาพ

                                                                         1. นักเรียน-ผู้ปกครองได้เรียนรู้ส่วนผสมของดินที่เหมาะสมในการขยายพันธุ์โดยการปักชำและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

2. นักเรียน-ผู้ปกครองรู้จักการเลือกชนิดของพืชมาขยายพันธุ์โดยการปักชำได้อย่างเหมาะ

                                3. ได้พันธุ์พืชจากการปักชำไปขยายพันธุ์ที่รวดเร็วขึ้น

              สมมติฐานของการศึกษา

ดินต่างกันส่วนผสมที่ต่างกันมีผลต่อการขยายพันธุ์โดยการปักชำ

 

ขอบเขตของการศึกษา

                การขยายพันธุ์พืชโดยการปักชำในดินต่างชนิดกันส่วนผสมที่ต่างกันทำให้พืชที่นำมาปักชำมีการเจริญเติบไม่เหมือนเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน

ตัวแปรที่ศึกษา

                                ตัวแปรต้น  

                                 อัตราส่วนของดินกับปุ๋ยคอกในอัตราส่วนที่ต่างกัน

                                ตัวแปรควบคุม

                                     กิ่งพันธุ์  อุณหภูมิ  ปริมาณน้ำ

                           ตัวแปรตาม

                                                การแตกใบอ่อน

    วิธีดำเนินการ
                         1. ศึกษาข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับการขยายพันธุ์โดยการตัดชำ
                         2. ปรึกษาหารือกับอาจารย์ที่ปรึกษาเกี่ยวกับการเขียนโครงงาน
                         3. เตรียมความพร้อมด้านการจัดการ วัสดุ อุปกรณ์ และสถานที่
                         4. วางแผนปฏิบัติงานและปฏิบัติตามขั้นตอน มีการปรับปรุงและพัฒนางานให้ดีขึ้น
                         5. ประเมินผลการปฏิบัติงานและรายงานโครงงาน

     ผลที่คาดว่าจะได้รับ
           1. ได้รับความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในการแนะนำประชาชนเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการเกษตร
           2. นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

    3.ได้ประสบการณ์จากการเรียนรู้จริง และการฝึกปฏิบัติงานจริงจากการปักชำ

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 2

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

 

การขยายพันธุ์พืชโดยการตัดชำ หรือปักชำ เป็นวิธีการที่นิยมใช้กันมาก เพราะทำให้ได้ปริมาณต้นพืชไปปลูกตามความต้องการมาก ใช้ระยะเวลาประมาณ  30 – 45  วัน  ก็สามารถนำไปปลูกหรือจำหน่ายได้  หากมีการควบคุมความชื้นในวัสดุปักชำได้ดี  การขยายพันธุ์พืชโดยวิธีนี้ สามารถทำได้ง่าย เพียงแต่มีความรู้ความเข้าใจในการคัดเลือกกิ่งพันธุ์ที่จะนำมาตัดชำ  และจัดหาวัสดุสำหรับปักชำได้ตามต้องการ  นอกจากนี้  ยังใช้เงินลงทุนค่อนข้างน้อย  และสามารถจัดหาพันธุ์ไม้ในท้องถิ่นไปปักชำได้ง่ายด้วย  ประกอบกับในปัจจุบันคนทั่วไปกำลังนิยมปลูกต้นไม้กันมาก  โดยเฉพาะไม้ดอกไม้ประดับที่ปลูกตามอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ รวมทั้งใช้สำหรับจัดสวนหย่อม  มีความต้องการพันธุ์ไม้ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก  จึงเห็นว่า  หากริเริ่มจัดทำโครงงานนี้ขึ้นน่าจะรวมกลุ่มกับเพื่อน  ปฏิบัติการขยายพันธุ์ไม้ได้เป็นอย่างดี  ทำให้มีรายได้ระหว่างเรียน  และเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพต่อไป  รวมทั้งได้พื้นฐานความรู้สำหรับศึกษาต่อในระดับสูงต่อไป

การตัดชำ  เป็นการนำส่วนต่าง ๆ  ของพืชพันธุ์ดีที่เราต้องการมาตัดแล้วปักชำในวัสดุเพาะชำ  เพื่อให้ได้ต้นพืชต้นใหม่จากส่วนที่นำมาปักชำ  วิธีการตัดชำนี้ทำให้ชิ้นส่วนของพืชที่อยู่ในวัสดุเพาะชำพยายามสร้างรากพร้อมกับพัฒนาส่วนยอดหรือต้นอ่อนขึ้นมาใหม่  เมื่อทั้งสองส่วนนี้เจริญสมบูรณ์แข็งแรงดีแล้วก็ย้ายต้นพืชใหม่ไปปลูกต่อไป  แต่ในบางครั้งพบว่าการตัดชำมักไม่ประสบความสำเร็จคือ  ส่วนล่างที่อยู่ในวัสดุเพาะชำไม่ออกรากหรือออกรากน้อยและช้า  จำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนเร่งรากช่วยเร่งการออกรากให้เร็วยิ่งขึ้น  ซึ่งความเข้มข้นของฮอร์โมนที่ใช้ย่อมแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดพืช

                การตัดชำแบ่งออกเป็น
การตัดชำกิ่ง (Stem  cutting)
การตัดชำราก (Root  cutting)
การตัดชำใบ (Leaf  cutting)
การตัดชำใบที่มีตาติด (Leaf  cutting)
             1. การตัดชำกิ่ง (Stem  cutting) สามารถแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะคือ
                     1.1 การตัดชำกิ่งแก่  เป็นการตัดชำกิ่งแก่ที่ไม่มีใบติด  แต่ต้องเป็นกิ่งที่มีอาหารสะสมอยู่  ต้องตัดชำกิ่งที่ไม่มีตาข้างที่กำลังแตกออกมาใหม่ ๆ  ความยาวของกิ่งที่ตัดประมาณ  15 – 20  เซนติเมตร  ควรตัดเฉียงเป็นรูปปากฉลาม  ทำมุมประมาณ 45 -60 องศา  ทั้งด้านบนและด้านล่าง  โดยส่วนด้านล่างของกิ่งที่เป็นส่วนปักชำนั้นต้องพยายามตัดให้ปากแผลชิดกับข้อ  ส่วนบนควรตัดเหนือตาสุดท้ายของกิ่งประมาณ 1 – 1.5  เซนติเมตร  เพราะตาส่วนบนของกิ่งที่ปักชำจะแตกก่อนตาที่อยู่ด้านล่าง  และควรชุบสารเคมีป้องกันไม่ให้เชื้อราเข้าทางปากแผล  แล้วจึงนำไปปักชำในกระบะปักชำที่มีวัสดุพรางแสง  รดน้ำเช้า – เย็น  สังเกตดูหากวัสดุเพาะชำแห้งควรเพิ่มช่วงการให้น้ำถี่ขึ้น  เมื่อกิ่งปักชำเริ่มมีการแตกตาเป็นยอดใหม่  รวมทั้งระบบรากใหม่เริ่มแก่และแข็งแรงแล้วจึงทำการย้ายต้นพืชใหม่ลงปลูกในภาชนะที่เตรียมไว้  ช่วงนี้ควรนำไปไว้ในร่มรำไรสักระยะหนึ่งก่อนจนกว่าพืชต้นใหม่จะแข็งแรงดีจึงให้รับแสงเต็มที่  พืชที่เหมาะจะใช้วิธีการขยายพันธุ์แบบนี้  ได้แก่  เฟื่องฟ้า  กุหลาบ
                1.2 การตัดชำกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน  หรือกิ่งเพสลาด  ต้องมีใบติดอยู่ด้วยเพื่อช่วยปรุงอาหาร  โดยให้ริดใบเฉพาะส่วนโคนกิ่งที่ต้องปักชำในวัสดุเพาะชำออกประมาณ 2 – 3 ใบ  แล้วตัดปลายกิ่งและโคนกิ่งเฉียงทำมุม 45 – 60 องศา  ความยาวของกิ่งประมาณ  15 – 20  เซนติเมตร  เนื่องจากกิ่งปักชำจะมีการคายน้ำค่อนข้างสูง  ดังนั้นต้องมีการให้น้ำเพื่อให้เกิดความชื้นตลอดเวลา  หรือปักชำในกระบะพ่นหมอกจะดีที่สุดเนื่องจากมีความชื้นสูง  ควรดูแลและป้องกันเชื้อราที่จะเข้ามาทำลายกิ่ง  หลังจากกิ่งปักชำเจริญเป็นต้นพืชใหม่และมีระบบรากแข็งแรงสมบูรณ์จึงย้ายปลูกต่อไป  พืชที่เหมาะจะใช้วิธีการแบบนี้ ได้แก่  ส้ม  ฝรั่ง  มะกอก 1.3          การตัดชำกิ่งอ่อนและยอดอ่อน  การตัดชำวิธีนี้จะออกรากได้ง่าย  ความยาวของกิ่งประมาณ  3 – 5 นิ้ว   ริดใบบริเวณโคนกิ่งออกเล็กน้อย  ควรปักชำในที่มีความชื้นสูงหรือกระบะพ่นหมอกพืชที่เหมาะจะใช้วิธีการแบบนี้ ได้แก่  เบญจมาศ  เข็มญี่ปุ่น  สน  คาร์เนชั่น
                 2. การตัดชำราก (Root cutting)  การตัดชำรากจะทำได้สำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับการเกิดตา  ซึ่งจะให้กำเนิดต้นและรากบนรากของพืชที่จะนำมาปักชำ  พืชที่เกิดหน่อที่ราก  ได้แก่  สน  แคแสด  สัก  สาเก  การตัดควรเลือกรากขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ¼ – ½  นิ้ว  ตัดให้มีความยาว  2  นิ้ว  การตัดมักจะตัดตรง ๆ  การเกิดต้นค่อนข้างจะเกิดทางด้านโคนราก  ส่วนการเกิดรากจะเกิดทางด้านปลายราก  และการเกิดต้นจะเกิดได้เร็วกว่าการเกิดราก

3. การตัดชำใบ (Leaf cutting)  เป็นวิธีที่ใช้ขยายพันธุ์พืชพวกที่มีใบอวบน้ำ  โดยรากและยอดจะเกิดมาจากฐานรอยตัดของใบ  โดยเฉพาะตรงที่อยู่ของเส้นใบหรือเส้นกลางใบ  ซึ่งจะทำให้ใบพืชเดิมที่ปักชำอยู่กลายเป็นส่วนหนึ่งของต้นใหม่  แบ่งออกได้เป็น  3  แบบ ดังนี้
                      3.1 การตัดชำแผ่นใบ  การนำแผ่นใบไปทำการตัดชำให้เกิดต้นใหม่  แบ่งเป็น  2  พวก
                      ใบที่เกิดตาอยู่ก่อนแล้ว  ใบพืชพวกนี้บริเวณของใบโดยเฉพาะที่เป็นจักใบของใบแก่จะมีจุดกำเนิดตาอยู่แล้ว  การนำไปปักชำเป็นการกระตุ้นตาที่มีอยู่แล้วเจริญออกมาเป็นต้นเท่านั้น  ได้แก่  ใบโคมญี่ปุ่นหรือต้นคว่ำตายหงายเป็น    โดยการนำใบแก่มาวางบนวัสดุเพาะชำที่ชื้น  รดน้ำเป็นครั้งคราวเพื่อไม่ให้ใบเหี่ยว  ประมาณ  1 – 2 สัปดาห์  ก็จะเห็นต้นเล็ก ๆ  เกิดขึ้นบริเวณจักใบ  ขณะเดียวกันก็จะหยั่งรากลงหาอาหารจากวัสดุเพาะชำ  และเมื่อต้นโตมีใบ 2 – 3 ใบ  ต้นเหล่านี้ก็จะเริ่มแยกตัวเองและเลี้ยงตัวเองได้โดยอิสระ  เป็นระยะเวลาที่เหมาะที่จะย้ายไปปลูกต่อไป
                     ใบที่ยังไม่เกิดตา  ใบพืชพวกนี้ต้องตัดใบไปปักชำระยะเวลาหนึ่งก่อน  ใบจึงจะสร้างจุดกำเนิดขึ้นที่ฐานรอยตัดที่ปักอยู่ในวัสดุเพาะชำ  ได้แก่  ใบว่านลิ้นมังกร  จะเลือกใบที่แก่  ถ้าใบยาวมากเกินไปก็จะตัดออกเป็นท่อน ๆ  ให้แต่ละท่อนยาว  3 – 5  นิ้ว  แล้วนำไปปักในวัสดุเพาะชำ  โดยปักให้ลึกประมาณ 1/3  ของแผ่นใบ  และเมื่อใบเริ่มแทงยอดโผล่จากวัสดุเพาะชำ  และที่ฐานรอยตัดเกิดรากมากพอก็ย้ายปลูกได้
                3.2 การตัดชำก้านใบ  เหมาะสำหรับใบพืชขนาดเล็ก  และใบพืชชุ่มน้ำ  ได้แก่  ใบเพปเพอโรเมีย  ใบอัฟริกันไวโอเล็ท  นอกจากนี้อาจใช้กับใบพืชเนื้อแข็งบางชนิด  เช่น  มะนาว  การปักชำจะเลือกใบค่อนข้างแก่ที่มีความสมบูรณ์  ขนาดใบปานกลาง  โดยตัดโคนก้านใบให้เหลือประมาณ  ½ – 1 นิ้ว  ด้วยมีดคม ๆ  นำไปปักชำในวัสดุเพาะชำที่โปร่งและมีความชื้นสูง  ปักใบให้ลึกพอมิดก้านใบแล้วนำไปไว้ที่ชื้น ๆ
                3.3 การตัดชำส่วนของใบ  การตัดชำใบคล้ายการตัดชำก้านใบ  แต่จะแตกต่างกันที่เป็นการตัดชำใบที่มีขนาดโต  ดังนั้นต้องตัดใบออกเป็นส่วนย่อย ๆ  ให้แต่ละส่วนของเส้นใบและแผ่นใบติดอยู่ด้วย  เช่น  การตัดชำใบกล็อกซีเนีย  และใบบีโกเนีย  การตัดใบแบบนี้จะมีส่วนของรอยตัดมาก  ประกอบกับเป็นพืชชุ่มน้ำมีโอกาสเน่าเสียง่าย  ดังนั้นควรใช้ปลายมีดตัดส่วนของเส้นใบให้ขาดและห่างจากกัน  ส่วนบริเวณแผ่นใบเป็นบริเวณที่สร้างอาหารจะไม่ถูกตัดจะช่วยลดการเน่าเสียของแผ่นใบลงได้  และทำให้การตัดชำได้ผลดีขึ้น  ส่วนการปักชำจะวางใบไว้ในวัสดุเพาะชำที่ชื้นและร่ม  หลังจากที่ฐานรอยตัดเกิดต้นและราก  ใบเก่าก็จะค่อย ๆ  เสื่อมสภาพไปในที่สุด  แต่ละต้นที่เกิดจากฐานรอยตัดก็จะแยกตัวเป็นอิสระและเลี้ยงตัวเองได้  ในระยะนี้ต้นที่เกิดก็จะเจริญเป็นกลุ่ม ๆ  ซึ่งสามารถจะแยกไปปลูกได้
                  4. การตัดชำใบที่มีตาติดอยู่  จะมีใบพร้อมก้านใบแล้วต้องมีส่วนของต้นและตาที่โคนก้านใบติดไปด้วย  การตัดชำวิธีนี้ใช้ได้กับพืชทุกพืชที่ออกรากได้ไม่ยากด้วยการตัดชำต้น  เหมาะกับพืชที่หาได้ยากและใบมีขนาดโตพอ  เช่น  ยางอินเดีย  โกสน   ตลอดจนในส้มบางชนิดที่ออกรากง่ายและมีใบโต

บทที่ 3

วิธีดำเนินการ

 

การตัดชำ  เป็นการนำส่วนต่าง ๆ  ของพืชพันธุ์ดีที่เราต้องการมาตัดแล้วปักชำในวัสดุเพาะชำ เพื่อให้ได้ต้นพืชต้นใหม่จากส่วนที่นำมาปักชำ  วิธีการตัดชำนี้ทำให้ชิ้นส่วนของพืชที่อยู่ในวัสดุเพาะชำพยายามสร้างรากพร้อมกับพัฒนาส่วนยอดหรือต้นอ่อนขึ้นมาใหม่  เมื่อทั้งสองส่วนนี้เจริญสมบูรณ์แข็งแรงดีแล้วก็ย้ายต้นพืชใหม่ไปปลูกต่อไป  แต่ในบางครั้งพบว่าการตัดชำมักไม่ประสบความสำเร็จคือ  ส่วนล่างที่อยู่ในวัสดุเพาะชำไม่ออกรากหรือออกรากน้อยและช้า  จำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนเร่งรากช่วยเร่งการออกรากให้เร็วยิ่งขึ้น  ซึ่งความเข้มข้นของฮอร์โมนที่ใช้ย่อมแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดพืช  โดยมีแผนการจัดทำ  ดังนี้

1.  ศึกษาเนื้อหาข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับการขยายพันธุ์พืชโดยการตัดชำ  หรือปักชำ

2.  เตรียมความพร้อมโดยการรวมกลุ่มกับเพื่อน  จัดหาสถานที่ขยายพันธุ์  การจัดหากิ่งพันธุ์    การเตรียมแปลงปักชำ  และวัสดุอื่น ๆ เกี่ยวกับการขยายพันธุ์  เช่น  กรรไกรตัดกิ่ง  มีดติดตาต่อกิ่ง ฯลฯ

รวมทั้งการปฏิบัติดูแลรักษา

                3.  วางแผนปฏิบัติงาน และปฏิบัติงานตามขั้นตอน มีการปรับปรุงและพัฒนางานให้ดีขึ้น

                4.  ประเมินผลการปฏิบัติงาน และรายงานโครงงาน

 

ขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้
วัสดุอุปกรณ์

1. ชนิดของดิน (ดินร่วน ดินทราย  ดินเหนียว )
2. กิ่งพันธุ์ต้นต้นแสงจันทร์ และต้นชะอม

3. กรรไกรตัดกิ่ง
4. ส่วนผสม ปุ๋ยคอก

5. มีดปลายแหลม
6. กระบะปักชำถุงเพาะ
ส่วนผสมของดินในถุงเพาะชำ

                ถุงเพาะชำกลุ่มที่ 1  (ดินร่วน : ปุ๋ย  50 : 50 ) (  ดินทราย  : ปุ๋ย  50 : 50 )    ( ดินเหนียว: ปุ๋ย  50 :50 )

                ถุงเพาะชำกลุ่มที่ 2  (ดินร่วน : ปุ๋ย  60 : 40 ) (  ดินทราย  : ปุ๋ย  60 : 40 )    ( ดินเหนียว: ปุ๋ย  60 :40 )

                ถุงเพาะชำกลุ่มที่ 3  (ดินร่วน : ปุ๋ย  70 : 30 ) (  ดินทราย  : ปุ๋ย  70 : 30 )    ( ดินเหนียว: ปุ๋ย  70 :30 )

               

วิธีการปักชำ มีวิธีปฏิบัติ ดังนี้
            1. เลือกลักษณะของกิ่งที่จะปักชำ แล้วตัดกิ่งโดยลักษณะการตัดกิ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของเนื้อไม้ ดังนี้ ‘ ถ้าเป็นกิ่งแก่ ควรตัดให้มีความยาว ป 6-10″ ตัดให้เป็นแผลทำมุมเฉียง 45 ํ-60 ํ ด้านล่างของกิ่งต่ำกว่าข้อ เล็กน้อย แล้วด้านปลายของกิ่งเหนือกว่าข้อเล็กน้อย ป 1-2 ซม. ‘ ถ้าเป็นกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน ให้ตัดในลักษณะเดียวกัน แต่ให้มีใบติดอยู่ทางด้านปลายของกิ่งเล็กน้อย ‘ ถ้าเป็นกิ่งอ่อน ให้ตัดกิ่งยาวประมาณ 6-8″ ตัดใบออก ป 1 ใน 3 ของกิ่ง
              2. นำส่วนโคนของกิ่งปักลงในวัสดุปักชำ ให้ลึกประมาณ 1 ใน 3 ของความยาวของกิ่ง โดยให้รอยแผลตัด ด้านปลายของกิ่งเป็นแนวตั้งตรง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำขังบริเวณรอยแผลซึ่งจะช่วยลดการเน่าของกิ่ง ถ้าทำการปักชำกิ่ง ครั้งละเป็นจำนวนมาก ควรจัดระยะกิ่งที่ปักให้ห่างกันพอประมาณ ถ้าปักกิ่งชิดกันเกินไปจะทำให้กิ่งเน่าเสียได้
             3. รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ วันละ 2-3 ครั้ง แต่อย่าให้วัสดุปักชำมีน้ำท่วมขัง หรือแฉะจนเกินไป และให้กิ่ง ปักชำได้รับแสงแดดรำไร เมื่อกิ่งปักชำออกรากสมบูรณ์และแข็งแรงดีแล้ว จึงย้ายออกจากแปลงปักชำไปเก็บไว้ในที่ร่มๆ ประมาณ 3-5 วัน จึงปลูกลงแปลงหรือกระถาง 

แผนการปฏิบัติงาน

สัปดาห์ที่

รายการกิจกรรม

จำนวนชั่วโมง

หมายเหตุ

1

ศึกษาเนื้อหาทางวิชาการเกี่ยวกับการขยายพันธุ์พืชโดยการตัดชำ

6

 

2

เตรียมรวมกลุ่มกับเพื่อน จัดหาเงินทุน การจัดหากิ่งพันธุ์ การเตรียมแปลงตัดชำ การจัดหาวัสดุ เช่น ทราย  แกลบดำ การจัดทำระบบการให้น้ำ การเลือกกิ่งพันธุ์  การตัดกิ่งพันธุ์  ฯลฯ

4

 

3-9

ปฏิบัติงานตามโครงงานที่เขียน และศึกษาเนื้อหาไว้แล้วในสัปดาห์ที่ 1 – 3

20

 

10

ประเมินผล  และรายงานโครงการ

2

 

 

รวม

32

 

 

 

 

 

 

ตารางที่ 1

ตารางบันทึกการสังเกต

 

วันที่

ส่วนผสม

ถุงที่

สิ่งที่พบ

หมายเหตุ

 

สัปดาห์ที่1

 

 

50 : 50

1.ดินร่วน

 

2,ดินทราย

 

3.ดินเหนียว

 

กิ่งพันธุ์เขียวยังปกติใบที่ติดกับกิ่งพันธุ์เหี่ยวกิ่งพันธุ์เขียวยังปกติใบที่ติดกับกิ่งพันธุ์เหี่ยว

กิ่งพันธุ์เขียวยังปกติใบที่ติดกับกิ่งพันธุ์เหี่ยว

 

ส่วนผสม หมายถึง ดินผสมกับปุ๋ยคอกดิน 50 ปุ๋ย50

 

สัปดาห์ที่ 2

 

 

50 : 50

1.ดินร่วน

 

2,ดินทราย

 

3.ดินเหนียว

 

ใบที่ติดมากับกิ่งพันธุ์เหี่ยวเล็กน้อยๆ กิ่งยังเขียวอยู่เริ่มแตกใบอ่อน

กิ่งพันธุ์สีเขียว ใบที่ติดมาเหี่ยวกิ่งพันธุ์เอียง

กิ่งพันธุ์สีเขียวใบเหี่ยวลงเล็กน้อย ยึดดินได้แน่นเริ่มผลิใบอ่อน

 

สัปดาห์ที่3-9

 

 

50 : 50

1.ดินร่วน

 

2,ดินทราย

 

3.ดินเหนียว

 

แตกใบอ่อนชัดเจนในสัปดาห์ที่ 4 มีราก ยึดดินได้ดีกิ่งพันธุ์เขียวลดลง ใบที่ติดมาร่วงหล่น กิ่งพันธุ์ไม่ค่อย

แข็งแรงแอนเอียงหลุดจากดินได้ง่าย

แตกใบอ่อน กิ่งพันธุ์ยึดดินได้แน่น มีรากนำไปปลูกได้สะดวกไม่ต้องกลัวว่าดินจะหลุดจากกิ่งพันธุ์

จากตาราง ที่1  จะเห็นได้ว่า

                อัตราส่วนของดินร่วน  ดินทราย  และดินเหนียว เมือผสมกับปุ๋ยคอก 50 % ดินร่วนเริ่มแตกใบอ่อนปลายสัปดาห์ที่ 2 และแตกเป็นใบชัดเจนขึ้นในสัปดาห์ที่ 4   ดินทรายกิ่งพันธุ์จะแอนเอียง เริ่มแตกใบอ่อนสัปดาห์ที่ 4 รากมีน้อย   ดินเหนียว กิ่งพันธุ์เริ่มแตกเมื่อสัปดาห์ที่ 2 และแตกใบอ่อนมีใบเห็นชัดเจนในสัปดาห์ที่ 3 มีรากออกมามากและกิ่งพันธุ์ยึดดินได้ดี

ตารางที่ 2

ตารางบันทึกการสังเกต

วันที่

ส่วนผสม

ถุงที่

สิ่งที่พบ

หมายเหตุ

 

สัปดาห์ที่1

 

1

60 : 40

1.ดินร่วน

 

2,ดินทราย

 

3.ดินเหนียว

 

กิ่งพันธุ์เขียวยังปกติใบที่ติดกับกิ่งพันธุ์เริ่มเหี่ยวกิ่งพันธุ์เขียวยังปกติใบที่ติดกับกิ่งพันธุ์เหี่ยวลำต้นเอียง

กิ่งพันธุ์เขียวยังปกติใบที่ติดกับกิ่งพันธุ์เหี่ยว

 

ส่วนผสม หมายถึง ดินผสมกับปุ๋ยคอกดิน 60 ปุ๋ย40

 

สัปดาห์ที่ 2

 

2

60 : 40

1.ดินร่วน

 

2,ดินทราย

 

3.ดินเหนียว

 

ใบที่ติดมากับกิ่งพันธุ์เหี่ยวเล็กน้อย กิ่งยังเขียวอยู่ตามข้อเริ่มพองจะแตกตา

กิ่งพันธุ์สีเขียว ใบที่ติดมาเหี่ยวกิ่งพันธุ์เอียง

กิ่งพันธุ์สีเขียวใบเหี่ยวลงเล็กน้อย ยึดดินได้แน่นที่ตากิ่งพันธุ์เริ่มแตกใบ

 

สัปดาห์ที่3-9

 

3

60 : 40

1.ดินร่วน

 

2,ดินทราย

 

3.ดินเหนียว

 

ที่ตากิ่งพันธุ์เริ่มแตกมีใบอ่อนบางตาหรือข้อของกิ่งกิ่งพันธุ์

กิ่งพันธุ์เขียวลดลง ใบที่ติดมาร่วงหล่นเริ่มแตกใบที่ตา

ตากิ่งพันธุ์แตกใบอ่อนๆเห็นได้ชัดเกือบทุกตาของกิ่งที่ปัก

จากตาราง ที่ 2 จะเห็นได้ว่า

                อัตราส่วนของดินร่วน  ดินทราย  และดินเหนียว เมือผสมกับปุ๋ยคอก 40% ดินร่วนเริ่มแตกใบอ่อนในสัปดาห์ที่ 3 ตามตาบางส่วนมีรากเล็กน้อย  ดินทราย กิ่งพันธุ์จะเอนเอียงเริ่มแตกต้นอ่อนในสัปดาห์ที่ 4  ดินเหนียว เริ่มแตกใบอ่อนในสัปดาห์ที่ 2 และมีราก กิ่งพันธ์เกาะดินได้ดี

ตารางที่ 3

ตารางบันทึกการสังเกต

วันที่

ส่วนผสม

ถุงที่

สิ่งที่พบ

หมายเหตุ

 

สัปดาห์ที่1

 

1

70 : 30

1.ดินร่วน

 

2,ดินทราย

 

3.ดินเหนียว

 

กิ่งพันธุ์เขียวที่ตาของกิ่งพันธุ์เริ่มแตกกิ่งพันธุ์เขียวยังปกติใบที่ติดกับกิ่งพันธุ์เหี่ยวกินพันธุ์แอนเอียง

กิ่งพันธุ์เขียวยังปกติเริ่มแตกที่ตา

 

ส่วนผสม หมายถึง ดินผสมกับปุ๋ยคอกดิน 70 ปุ๋ย30

 

สัปดาห์ที่ 2

 

2

70 : 30

1.ดินร่วน

 

2,ดินทราย

 

3.ดินเหนียว

 

 กิ่งยังเขียวอยู่เริ่มแตกใบอ่อนกิ่งพันธุ์สีเขียว ใบที่ติดมาเหี่ยวกิ่งพันธุ์เอียง

กิ่งพันธุ์สีเขียวมีใบอ่อนแตกออกมา กิ่งยัง ยึดดินได้แน่น

 

สัปดาห์ที่3-9

 

3

70 : 30

1.ดินร่วน

 

2,ดินทราย

 

3.ดินเหนียว

 

แตกใบอ่อนเกือบทุกส่วนที่มีตา  รากแตกออกมาเล็กน้อยกิ่งพันธุ์เขียวลดลง ใบที่ติดมาร่วงหล่น ไม่มีราก

เริ่มแตกใบอ่อน

แตกใบอ่อน  งอกรากมาก ตามข้อกิ่งพันธุ์แตกต้นอ่อนทุกตาที่มีอยู่ตามกิ่งพันธุ์ เมื่อนำไปปลูกดินไม่ร่วง

จากตาราง ที่ 3 จะเห็นได้ว่า

                อัตราส่วนของดินร่วน  ดินทราย  และดินเหนียว เมื่อผสมกับปุ๋ยคอก 30% ดินร่วนเริ่มแตกใบอ่อนในสัปดาห์ที่ 2 ตามตาบางส่วนมีรากเล็กน้อย  ดินทราย กิ่งพันธุ์จะเอนเอียงเริ่มแตกต้นอ่อนในสัปดาห์ที่ 3  ดินเหนียว เริ่มแตกใบอ่อนทุกตาที่อยู่ตามกิ่งพันธุ์ในสัปดาห์ที่ 2 และมีรากงอก กิ่งพันธ์เกาะดินดินไม่ร่วง

 

บทที่ 4

ผลการศึกษาและการอภิปราย

 

การขยายพันธุ์พืช เป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดการเพิ่มปริมาณต้นพืชให้มากขึ้น  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำรงสายพันธุ์พืชชนิดต่าง ๆ ไว้มิให้สูญพันธุ์   เป็นการกระจายพันธุ์พืชพันธุ์ดี  เพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิต  สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 วิธี คือ  การขยายพันธุ์พืชแบบใช้เพศ  และแบบไม่ใช้เพศ ในโครงงานที่ข้าพเจ้าได้จัดทำขึ้นเป็นโครงงานที่เป็นการขยายพันธ์แบบไม่ใช้เพศ โดยการปักชำกิ่ง ในสภาพดินที่แตกต่างกัน ส่วนผสมแตกต่างกัน เพื่ออยากทราบว่าดินประเภทใดที่เหมาะที่สุดพร้อมจะนำมาใช้ในการปักชำ  

คารางที่ 4

จากผลการทดลองจะเห็นได้ว่ากิ่งแสงจันทร์เจริญได้ดีในดิน

ส่วนผสม

ถุงที่

สิ่งที่พบ

หมายเหตุ

 

 

50 : 50

1.ดินร่วน

 

2,ดินทราย

 

3.ดินเหนียว

 

กิ่งพันธุ์เริ่มแตกใบอ่อนเมื่อย่างเข้าสัปดาห์ที่2 กิ่งพันธุ์มีรากน้อยอยู่สัปดาห์ที่ 3 -9 แตกใบอ่อนขึ้นตามข้อชัดเจนกิ่งพันธุ์จะแอนเอียงไม่แข็งแรกและแตกใบอ่อนช้า

กิ่งพันธุ์ยึดดินได้แน่น รากงอกออกมาเยอะใบอ่อนเริ่มแตกในสัปดาห์ที่ 2 สะดวกในการแกะออกจากถุงพาไปปลูก

ส่วนผสม หมายถึง ดินผสมกับปุ๋ยคอก 

 

 

60 : 40

1.ดินร่วน

 

2,ดินทราย

 

3.ดินเหนียว

 

กิ่งพันธุ์เริ่มแตกใบปลายสัปดาห์ที่ 2มีรากออกมาไม่เยอะกิ่งพันธุ์ยึดดินไม่ค่อยแน่น ดินร่วงแตกไม่เกาะกิ่ง

กิ่งพันธุ์แอนเอียงได้ง่ายแตกใบช้า ใบแตกหลังจากสัปดาห์ที่3ไปแล้ว รากมีน้อยมาก

กิ่งพันธุ์จับดินได้ดีมาก เริ่มแตกในในสัปดาห์ที่2 สัปดาห์ที่3-9 แตกใบอ่อนมากเกือบทุกตาที่มีอยู่

 

 

70 : 30

1.ดินร่วน

 

2,ดินทราย

 

3.ดินเหนียว

 

กิ่งพันธุ์เริ่มแตกใบอ่อนปลายๆสัปดาห์ที่ 2 และจะมีใบอ่อนแตกได้เกือบครบตาในสัปดาห์ที่ 4 กิ่งจับดินไม่ค่อยดีกิ่งพันธุ์แอนเอียงได้ง่าย กิ่งยึดดินไม่ดี แตกใบใช้

กิ่งพันธุ์ยึดดินได้ดีแตกใบอ่อนได้เร็วในสัปดาห์ที่ 2 และมีรากเยอะนำไปปลูกแกะออกจากถุงเพาะได้ดีไม่ร่วง

จากตารางที่ 4  สรุปผลการทดลองจะเห็นได้ว่าถุงเพาะชำที่ใส่ดิน ( ดินร่วน  ดินทราย  ดินเหนียว ) กับส่วนผสมปุ๋ยคอก 50 :50 ,60:40  และ70 :30  ตามลำดับ จะเห็นได้ว่าในอัตราส่วน 70:30 ในดินเหนียว จะทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดี เช่น การแตกของใบอ่อนได้เร็ว มีรากเยอะและแข็งแรงกว่าและมีความสะดวกในการเคลื่อนย้ายที่จะนำไปปลูกอีกด้วย เพราะดินเหนียวเกาะติดกิ่งพันธุ์ได้ดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 5

สรุปผลการศึกษา

 

การขยายพันธุ์พืชโดยการตัดชำ หรือปักชำ เป็นวิธีที่นิยมกันมาก เพราะทำให้ได้ปริมาณต้นพืชตามความต้องการเป็นจำนวนมากและใช้ระยะเวลาน้อย การขยายพันธุ์พืชพืชด้วยวิธีนี้ สามารถทำได้ง่าย เพียงแต่มีความรู้ความเข้าใจในการคัดเลือกกิ่งพันธุ์ที่จะนำมาตัดชำและจัดหาวัสดุสำหรับปักชำได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ยังใช้เงินทุนน้อยและสามารถใช้พันธุ์ไม้ในท้องถิ่นไปปักชำได้ง่าย

                จากการทำโครงงานเรื่องความเหมาะสมของส่วนประกอบของดินที่นำมาทำการปักชำแล้วให้ผลผลิตที่ดีและพืชเติบโตได้เร็ว สรุปได้ ดังนี้

ข้อดี

1.ได้พืชต้นไม้ที่ตรงตามพันธุ์เดิมไม่ค่อยมีการกลายพันธุ์ และยังเหมาะกับต้นไม้ที่ไม่ติดเมล็ดหรือติดเมล็ดยากเช่น ชบา เข็ม มะลิ 

2. ทำได้ง่ายไม่ต้องลงทุนเยอะไม่ยุ่งยากในขั้นตอนการทำ

3.ให้ผลผลิตเร็ว
ข้อเสีย  

1. พืชที่ได้รับการปักชำจะไม่มีรากแก้ว จึงมีโอกาสโค่นล้มได้ง่าย โดยเฉพาะกรณีที่เป็นต้นไม้ใหญ่

             2. ควรระวังในการตั้งและการจัดเก็บที่ดี เพราะจะมีสิ่งรบกวนในช่วงที่ทำใหม่

บรรณานุกรม

 

 

1. นายบุญนำ  ของใหม่ ปราชญ์ชาวบ้าน  ประจำศูนย์เรียนรู้ “การเพาะชำกล้าไม้ดอก – ไม้ประดับ” แบบภูมิปัญญา ชาว  บ้านหมู่ที่ 12   ตำบล โคกกรวด  อำเภอ เมืองนครราชสีมา  จังหวัด นครราชสีมา

2. เอกสารวิชาการที่ 72. 2539. การขยายพันธุ์พืช  กรมส่งเสริมการเกษตร  กรุงเทพมหานคร  10900 

3. กระทรวงศึกษาธิการ : วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 , โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว กรุงเทพ.  2554

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

About these ads

สนทนา

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ดูแลบล็อก

ปฏิทิน

กรกฎาคม 2011
พฤ อา
« มิ.ย.    
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

รูป

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 2 other followers

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: